ศัพท์ต่างๆ การเขียนบทโฆษณาภาพยนตร์โทรทัศน์

การเขียนบทโฆษณาภาพยนตร์โทรทัศน์

ในการเขียนบทโฆษณาทางภาพยนตร์นั้น เราเริ่มจากเขียนบท หรือสคริปต์ (Script) เสียก่อน โดยสคริปต์นี้จะประกอบไปด้วยสิ่งที่เป็นภาพ (Video Side) และส่วนที่เป็นเสียง (Audio Side) แล้วจึงนำไปเขียนเป็นภาพประกอบคำพูดหรือที่เรียกกันว่า สตอรี่ บอร์ด (Story Board)

ดังตัวอย่าง

ศัพท์เทคนิคประการถ่ายภาพ ระยะ ทิศทางกล้อง และทิศทางของกล้อง
องค์ประกอบของภาพ ได้แก่ ส่วนสำคัญของภาพ หรือ Subject

  • ส่วนที่อยู่ด้านหน้า Subject เรียกว่า Foreground (FG)
  • ส่วนที่อยู่ด้านหลัง Subject ที่เรียกว่า Background (B.G.)
  • และส่วนตัวอักษรประกอบในภาพ เรียกว่า Super

ระยะ – ทิศทางของกล้อง มักจะใช้ศัพท์ทางเทคนิคเรียกกัน ซึ่งศัพท์ทางเทคนิค ซึ่งศัพท์ที่ควรรู้จักได้แก่

  • L.S. (Long Short) หมายถึง ภาพระยะไกล ซึ่งถ่ายให้เห็นสิ่งต่างๆ ในมุมกว้าง
  • M.S. (Mediam Short) หมายถึง ภาพในระยะปานกลาง มุมแคบเข้ามาอีกหน่อย แต่ยังเห็น Background ส่วนประกอบของภาพอยู่บ้าง ถ้าเป็นการถ่ายภาพคนจะเห็นครึ่งตัว ระดับเอวขึ้นไป
  • C.U. (Close – Up) หมายถึง ภาพในระยะใกล้ โคลสอัพให้เห็นเป็นเฉพาะส่วนสำคัญในภาพโดยไม่เห็นองค์ประกอบ ถ้าเป็นภาพคนจะเห็นแต่ตัวเต็มจอ
  • E.C.U. (Extra Close – Up) หมายถึง ภาพในระยะใกล้มาก เน้นส่วนใดส่วนหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น ยี่ห้อบนหีบห่อสินค้า หรือถ้าเป็นภาพคนก็เห็นแค่บางส่วน เช่น จมูก ปาก ไม่เต็มหน้า

เทคนิคของกล้อง ศัพท์เทคนิคที่เกี่ยวกับการควบคุมกล้องถ่าย ได้แก่

  • Pan หมายถึง การกวาดภาพโดยตำแหน่งกล้องอยู่กับที่ แต่ตัวเลนส์ของกล้องเคลื่อนไปตามแนวนอนขนานกับพื้นดิน จากซ้ายไปขวา หรือขวาไปซ้าย
  • Zoom in หมายถึง การดึงภาพเข้าใกล้ เปลี่ยนระยะจาก L.S. เป็น M.S. เป็น C.U. หรือ E.C.U.Dolly หมายถึง การกวาดภาพโดยกล้องตั้งอยู่บนลานเลื่อน แล้วเคลื่อนตามคน หรือวัตถุ เพื่อเปลี่ยนมุมมอง

การเปลี่ยนภาพ ศัพท์เทคนิคเกี่ยวกับการเปลี่ยนภาพที่ควรรู้จัก ได้แก่

  • Cut หมายถึง การตัดเปลี่ยนจากภาพหนึ่งเป็นอีกภาพหนึ่ง
  • Dissolve หมายถึง การเปลี่ยนภาพจากภาพหนึ่งเป็นอีกภาพหนึ่ง โดยค่อยๆ เบลอร์ภาพแรกให้จางหายไปพร้อมๆ กับให้ภาพซีนต่อไปค่อยๆ ปรากฎชัดเจนขึ้นแทน ซึ่งอาจใช้เทคนิคชั้นสูง หรือใช้การเปลี่ยนระยะชัดของเลนส์เพื่อเลื่อนภาพ ขณะเลื่อนภาพหนึ่งออก และเลื่อนอีกภาพหนึ่งเข้า หรือที่เรียกว่า Fade-out / Fade-in
  • Wipe หมายถึง การเปลี่ยนภาพในลักษณะค่อยๆ ลอกภาพออกคล้ายการเปิดหน้าสมุด หรือหนังสือ
  • Turn หมายถึง การหมุนภาพเพื่อเปลี่ยนภาพใหม่

ศัพท์เทคนิคในด้านของเสียง

  • Off – Scene (O.S.) หมายถึง เสียงของบุคคลที่ไม่ได้ปรากฏในรูปภาพ เช่น ซีนภาพเด็กกำลังเล่น แม่ O.S. ดุเด็ก ก็คือ ในภาพมีแต่เด็กไม่มีแม่ แต่มีเสียงของแม่สอดแทรกเข้ามาอยู่ในภาพ
  • Voice Over (V.O.) หมายถึง เสียงตัวแสดง หรือผู้ประกาศ ซึ่งถ้าเป็นชาย เรียกว่า MVO. (Male Voice Over) ถ้าเป็นหญิง เรียกว่า FVO. (Female Voice Over)
  • Sound Effect (Fx.) หมายถึง เสียงประกอบอื่นๆ เช่น เสียงนกร้อง เสียงดนตรี ฯลฯ

 

หลักการเขียนบทโฆษณาทางภาพยนตร์

  1. การโฆษณาทางภาพยนตร์ไม่ว่าจะผ่านสื่อโทรทัศน์ หรือโรงภาพยนตร์ ล้วนมีความจำกัดจำนวนเวลา โดยเฉพาะสื่อทางโทรทัศน์ซึ่งเป็นที่นิยมสูงนั้น อัตราค่าโฆษณานับแต่ว่าจะสูงขึ้น และอัตราค่าโฆษณายิ่งสูงขึ้นมากขึ้นเท่าใด ความยาวของสปอตโฆษณาก็ดูจะยิ่งหดสั้นลงเป็นเงาตามตัว จากความยาว 30 วินาที ซึ่งนิยมใช้เป็นเกณฑ์ เดี๋ยวนี้เจ้าของสินค้าต่างหันมาใช้สปอตโฆษณา 15 วินาทีกันมากขึ้นทุกที เรียกได้ว่า แต่ละวินาทีเป็นเงินเป็นทอง ดังนั้นคำทุกคำที่ใช้ก็ต้องให้มีคุณค่าในการสร้างแรงกระทบอย่างหนักหน่วงจริงๆ ด้วย
  2. พยายามสร้างแนวความคิด หรือ Concept ที่เรียบร้อย เข้าใจได้รวดเร็ว อย่าซ่อนมันไว้ภายใต้ความอลหม่านของเทคนิคพิเศษ (Special Effect) เทคนิคพิเศษ – ทำภาพพลิกแพลงด้วยคอมพิวเตอร์นั้น จะใช้ได้ผลต่อเมื่อมันสนอง Concept ที่ดีเท่านั้น ถ้าเป็นเพียงสิ่งสร้างความหวือหวาแล้วล่ะก็ ผลที่ได้อาจเป็นว่า ความหวือหวานั้นไปบดบังสิ่งที่เราต้องการสื่อถึงผู้บริโภคเสียสิ้น ทำให้โฆษณานั้นไม่ได้ผลตามที่วาดหวังไว้
  3. ทางด้านภาพ ควรมีความสมดุลทั้งซ้าย – ขวา – บน – ล่าง อย่าเอียงหนักไปทางใดทางหนึ่ง สัดส่วนของสิ่งต่างๆ ให้ดูเหมือนของจริง หรือถ้าจะใช้สัดส่วนที่ผิดความเป็นจริง เช่น คนใหญ่กว่าสินค้า หรือ สินค้าใหญ่กว่าคน ก็ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมในด้าน Concept และภาพพจน์ของสินค้าว่าควรใช้สัดส่วนเท่าใดจึงจะได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพ
  4. ภาพโฆษณาที่ปรากฏต่อสายตาผู้ชม ไม่ควรดูราบรื่นไปเสียหมด แต่ควรจะมีความเด่นบ้าง อาจเป็นสีสัน หรือขนาดที่ดูสะดุดตา หรือ การใช้เส้นเน้น เป็นต้น แต่อย่าให้ดูขัดตา หรือซับซ้อนยุ่งเหยิงจนเข้าใจยาก
  5. ควรวางทิศทางในการเคลื่อนของสายตาให้ผู้ชมดูสบาย ไม่สับสนและเข้าใจง่าย โดยกำหนดความต่อเนื่องของภาพ และอักษรที่ใช้อย่างเหมาะสม
  6. ควรมีช่องว่างให้พักสายตาบ้าง อย่าพยายามยัดเยียดสิ่งต่างๆ ลงไปจนแน่น หรือดูเปรอะไปหมด
  7. ควรมีเครื่องหมายการค้า และคำขวัญเป็นอักษรปรากฏ หรือที่เรียกว่า Super Line ควบคู่ในภาพยนตร์โฆษณาเสมอ
  8. ควรควบคุมสีที่ปรากฏในภาพำยนตร์โฆษณาให้เหมาะสมกับบุคลิกของสินค้า และได้บรรยากาศในการสร้างอารมณ์ให้ผู้ชม
  9. ดนตรี และเสียงประกอบในภาพยนตร์ ควรพิถีพิถันเลือกสรรให้เหมาะกับบุคลิกของสินค้า และได้บรรยากาศที่ดีด้วยเช่นกัน สำหรับเสียงพิเศษ (Special Sound Effect) นั้น แม้จะช่วยดึงดูดความสนใจได้ แต่ก็ไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อ เพราะอาจเป็นผลเสียมากกว่าผลดี
  10. ไม่ว่าภาพ หรือเสียงในภาพยนตร์โฆษณา ควรจะได้ใจความในตัวมันเอง เพราะถ้าเปิดภาพ เปิดแต่เสียงแล้วภาพยนตร์โฆษณาเรื่องนั้นยังฟังได้เรื่องได้ราว แล้วก็ไม่ต้องห่วงผู้ชมที่ลุกไปโน่นไปนี่ นั่งดูไม่ติดที่ หรือถ้าปิดเสียง เปิดแต่ภาพแล้ว ภาพยนตร์โฆษณานั้นยังดูรู้เรื่องแล้วก็ไม่ต้องเป็นห่วงผู้ชมที่ดูไปคุยไป โดยไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าใดนัก

ที่มา: http://www.huso.kku.ac.th/thai/radio&television/homepage5/doc5_7.html

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s