Maslow’s hierarchy of needs

Abraham Maslow (1908-1970) เป็นนักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ผู้ซึ่งเคยเสนอทฤษฎีบรรลือโลก Maslow’s hierarchy of needs ในปี 1954 ซึ่งเป็นพื้นฐานของจิตวิทยามนุษยนิยม (humanistic psychology ว่าด้วยเรื่องของแรงจูงใจ แรงผลักดัน แรงบันดาลใจ ฯลฯ อันเป็นเบื้องต้นของพฤติกรรมและการกระทำต่างๆ)

ทฤษฎีความต้องการของมนุษย์ของมาสโลว์ พยายามอธิบายโดยการศึกษาคน และพยายามจัดชั้นความต้องการ เบื้องต้นแบ่งออกมาเป็นห้าระดับ ผมขออนุญาตลอกมาจากในเนท ซึ่งผมคิดว่าอธิบายได้ดี เลยเอามาใส่เก็บไว้เป็นความรู้

Maslowhierarchyofneeds

 

NEEDS THEORY  ความต้องการ 5 ระดับของมนุษย์ (ซึ่งถ้าแบ่งละเอียดจริงๆจะมีอยู่ 7 ระดับค่ะ โดยในขั้นที่ 4 จะมีซ่อนอยู่ 2 ระดับ)

…ตาคนนี้เค้าบอกว่าภายในความต้องการของมนุษย์มีความกลัวซ่อนอยู่ค่ะู่ จึงก่อให้เกิดความขัดแย้ง โดยเริ่มจากความขัดแย้งในตัวเอง และ ขัดแย้งกับบุคคลอื่น (เราเป็นพวกถึงแม้จะสงบ เราก็รบไม่ขาดน่ะค่ะ)

ประเด็นสำคัญของ MASLOW ก็คือ เมื่อมนุษย์ได้รับความพอใจจากแต่ละขั้นแล้วก็ยังไม่หยุด แต่ยังมีความต้องการในระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดยั้ง..

หลายคนอาจเชื่อ MASLOW นะคะ เพราะทฤษฎีนี้กว้างขวางมากเลย แม้แต่ในหลักการของการตลาด ก็ยังเอ่ยอ้างอยู่บ่อยไป ..คุณความดีอันหนึ่งที่เ็ห็นชัดในเรื่องของการตลาดก็คือทฤษฎีนี้ทำให้เรา รู้ว่ายังมีอีกหลายๆช่องทางเหลือเกินในการเล่นกับความต้องการของมนุษย์ น่ะค่ะ ^ ^

แต่ถ้าเราดูสังคมปัจจุบันแล้วจะเห็นว่ายังมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่มีความต้องการอย่างไม่เป็นไปตามขั้นตอนของมาสโลว์เสมอไปนะคะ เพราะเรามีความต้องการหลายขั้นตอนในเวลาเดียวกันอย่างน่าปวดหัวเชียวล่ะค่ะ และสนองตอบได้ยากเย็นกว่าสถานการณ์ที่เป็นไปตาม แบบที่ คุณ MASLOW ท่านเคยว่าไว้..

เอาเรื่องแฟชั่นนะคะ..มนุษย์ตามแฟชั่น ก็เพราะความต้องการการยอมรับ (Esteem needs) และต้องการการเป็นส่วนหนึ่งเช่นเดียวกับคนอื่นๆ (BELONGINGNESS) ตลอดจนการต้องการความรัก (LOVE NEEDS) .. เพราะเมื่อเราใช้สินค้าแฟชั่นที่ผู้คนเขานิยมใช้กัน เราก็กลายเป็นพวกเดียวกันกับเค้า..ซึ่ง เท่ากับเราได้รับการยอมรับ..นอกจากนี้ เพศตรงข้ามก็ยังนิยมคนในรูปแบบเดียวกันอีก.. ดังนั้น จึงมีโอกาสนำไปสู่ความรักได้เช่นเดียวกันค่ะ

ความต้องการของเราคงไม่ได้เป็นเส้นตรงตามหลักปิระมิดของท่านมาสโลว์เสมอไปมั้งคะ ^ ^

Reference: คุณเบิร์ด

…………………………………..

ในปี 1970 ซึ่งเป็นช่วงปีสุดท้ายในชีวิตของมาสโลว์ ท่านตีพิมพ์บทความแก้ไขโมเดลความต้องการของมนุษย์เดิม โดยต่อยอดขึ้นมาอีกสองชั้น คือ ความต้องการเกี่ยวกับการรับรู้/การเข้าใจ (cognitive needs) และ ความต้องการเกี่ยวกับสุนทรียภาพ (aesthetic needs)

ความต้องการในระดับที่หก (cognitive needs) เป็นความต้องการที่ไม่เกี่ยวกับกายภาพ เป็นเรื่องของจิตใจล้วนๆ เมื่อตัวตนไม่มี มนุษย์เริ่มมองหาจุดมุ่งหมายของชีวิต เป็นการมองย้อนกลับมาในจิตใจของตน ผมคิดว่าเป็นระดับของปรัชญาและอภิปรัชญา เป็นเรื่องของธรรมชาติ คือเรื่องของความจริง เป็นการ “บรรลุ” ทางโลก ซึ่งในบางครั้ง ทำให้เข้าใจถึงศักยภาพที่แท้จริงของมนุษยชาติ ซึ่งมาสโลว์บรรยายไว้ใน The Farther Reaches of Human Nature ซึ่งตีพิมพ์หลังจากที่ท่านเสียชีวิตไปแล้ว

ส่วนความต้องการในระดับสุดท้ายที่มาสโลว์เสนอไว้คือความต้องการ(เสพ)สุนทรียภาพ (aesthetic needs) เป็นเรื่องเกี่ยวกับความสวยงาม ความละเมียดละไม ไม่มีเชื้อชาติ ความแตกต่างใดๆ สิ่งต่างๆ จะดีหรือไม่ดี มีความสมบูรณ์ในตัวของตัวเอง ไม่ขึ้นกับผู้สร้างสรรค์ ไม่ขึ้นกับว่าผลจะตกอยู่กับใครหรือทำให้ใคร ทำงานเพื่องาน ทำดีเพื่อให้เกิดสิ่งดี ทำสิ่งสวยงามเพราะความสวยงาม

  • ผมว่ายังขาดไปอีกระดับหนึ่ง คือความไม่ต้องการอะไรเลย
  • ไม่น่าเป็นไปได้ที่เราจะจัดความซับซ้อนของจิตใจคนเป็นชั้นๆเพียงห้าหรือเจ็ดชั้น อย่างไรก็ตามทฤษฎีความต้องการของมนุษย์ของมาสโลว์ ก็เป็นจุดเริ่มต้นให้ศึกษาความต้องการของคนอย่างเป็นระบบ

……………………………………………..

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s